วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก 2546


ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ  นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๔๖

๑.
๑.๑

สังฆกรรมมีกี่อย่าง ?  อะไรบ้าง ?


๑.๒
ในสีมาเดียวกัน  ภิกษุจะประชุมกันทำสังฆกรรมวันหนึ่ง ๒ ครั้งไม่ได้ ข้อนี้มีความจริงเป็นอย่างไร ?  จงอธิบาย
๑.
๑.๑
มี  ๔  อย่าง  คือ
    ๑) อปโลกนกรรม
    ๒) ญัตติกรรม 
    ๓) ญัตติทุติยกรรม  
    ๔) ญัตติจตุตถกรรม ฯ

๑.๒
มีความจริงเป็นอย่างนี้ คือ สังฆกรรมบางอย่าง  เช่น  อุโบสถ  ปวารณา  ภิกษุอยู่ในสีมาเดียวกัน  จะต้องพร้อมเพรียงกันทำ  จะแยกกันทำ ๒ พวก ๒ ครั้งไม่ได้ แต่สังฆกรรมบางอย่าง  เช่น  อุปสมบทกรรม อัพภานกรรม  จะทำวันเดียวหลายครั้งก็ได้ ฯ
๒.
๒.๑
สีมามีกี่ประเภท ?  อะไรบ้าง ?

๒.๒
แดนที่มีสังวาสเสมอกันเรียกว่าอะไร ?  มีประโยชน์อย่างไร ?
๒.
๒.๑
มี  ๒  ประเภท  คือ
      ๑) พัทธสีมา  
      ๒) อพัทธสีมา ฯ

๒.๒
เรียกว่า  สมานสังวาสสีมา ฯ



มีประโยชน์อย่างนี้  คือ  ภิกษุผู้อยู่ในเขตนี้  มีสิทธิในอันจะเข้าอุโบสถ  ปวารณา  และสังฆกรรมร่วมกัน  เป็นแดนที่กำหนดความพร้อมเพรียง  ภิกษุผู้อยู่ในสีมานี้ทั้งหมดเข้าประชุมกันเป็นสงฆ์ หรือนำฉันทะของภิกษุ
ผู้ไม่มาเข้าประชุม เรียกว่าสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ฯ
๓.
๓.๑
การทักนิมิตในทิศทั้ง ๘ นั้น  ทักทิศละหนถูกต้องหรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?

๓.๒
จงเขียนคำทักนิมิตในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  มาดู ?
๓.
๓.๑
ไม่ถูกต้อง ฯ  ที่ถูกต้องนั้นเมื่อเริ่มต้นทักนิมิตในทิศบูรพาแล้ว  ทักมา
โดยลำดับจนถึงนิมิตสุด  ต้องวนไปทักนิมิตในทิศบูรพาซ้ำอีก ฯ

๓.๒
คำทักนิมิตในทิศตะวันออกเฉียงเหนือว่าดังนี้  “ อุตฺตราย  อนุทิสาย  กึ  นิมิตฺตํ ”  ฯ
๔.
๔.๑
คำว่า  “ กฐิน ”  เป็นชื่อของอะไร ?  มีชื่อเรียกอย่างนั้นเพราะเหตุไร ?

๔.๒
การกรานกฐินนั้น  มีวิธีปฏิบัติอย่างไร ?
๔.
๔.๑
เป็นชื่อของสังฆกรรมอย่างหนึ่ง ฯ  เพราะมีชื่อออกจากไม้สะดึงที่ลาดหรือกางออก เพื่อขึงจีวรเย็บ ฯ

๔.๒
มีวิธีปฏิบัติอย่างนี้ คือ เมื่อมีผ้าเกิดขึ้นแก่สงฆ์ในกาลเช่นนั้นพอจะทำเป็นไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้ สงฆ์พร้อมใจกันยกให้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อประโยชน์นี้  ภิกษุผู้ได้รับผ้านั้นเอาไปทำจีวรให้เสร็จในวันนั้น  แล้วมาบอกภิกษุผู้ยกผ้านั้นให้เพื่ออนุโมทนา  ภิกษุเหล่านั้นอนุโมทนา ฯ
๕.
๕.๑
ศัพท์ว่า  “ บรรพชา ”  มีอธิบายว่าอย่างไร ?

๕.๒
นอกจากคนมีอายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ และอภัพพบุคคลแล้ว ยังมีบุคคลจำพวกไหนอีกบ้างที่ห้ามไม่ให้อุปสมบท ?
๕.
๕.๑
มีอธิบายว่า  ศัพท์นี้  หมายเอาการบวชทั่วไป  รวมทั้งอุปสมบทด้วยก็มี  หมายเอาเฉพาะการบวชเป็นบุรพประโยคแห่งอุปสมบทก็มี หมายถึง
การบวชลำพังเป็นสามเณรก็มี ฯ

๕.๒
มีบุคคลที่ถูกห้ามไม่ให้อุปสมบทอีก  ๓  จำพวก คือ
      ๑) คนไม่มีอุปัชฌาย์  หรือมีคนอื่นนอกจากภิกษุเป็นอุปัชฌาย์  หรือ
          ถือสงฆ์ ถือคณะเป็นอุปัชฌาย์
      ๒) คนไม่มีบาตร  ไม่มีจีวร  หรือไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร
      ๓) คนยืมบาตร  ยืมจีวรเขามาหรือยืมทั้งบาตรทั้งจีวรเขามา ฯ
๖.
๖.๑

ไตรจีวร กำหนดให้เรียกผ้านุ่งว่า  อันตรวาสก  เรียกผ้าห่มว่า อุตตราสงค์ เรียกผ้าทาบว่า สังฆาฏิ  ในเวลาไหนบ้าง ?


๖.๒
ผ้า  ๓  ผืนนั้น  กำหนดให้เรียกว่า  จีวร  ในเวลาไหนบ้าง ?
๖.
๖.๑
ในเวลาดังต่อไปนี้ คือ ในเวลาบอกบาตรจีวรแก่อุปสัมปทาเปกขะ ในเวลาอธิษฐานเป็นผ้าครอง ในเวลาปัจจุทธรณ์  และในเวลากรานกฐิน ฯ

๖.๒
ในเวลาผ้า  ๓  ผืนนั้น  เป็นนิสสัคคีย์เพราะอยู่ปราศ  คำเสียสละเรียกว่าจีวรทุกผืน  และในเวลาผ้าเหล่านั้นเป็นอติเรกจีวร  คำวิกัป  คำถอนวิกัป  รวมเรียกว่าจีวรทั้งสิ้น ฯ
๗.
๗.๑
สัมมุขาวินัยสำหรับระงับวิวาทาธิกรณ์นั้น มีวิธีอย่างไร ?

๗.๒
อธิกรณ์ที่ภิกษุจะพึงยกขึ้นว่านั้น ต้องเป็นเรื่องที่มีมูล ก็เรื่องที่มูลนั้นมีลักษณะเช่นไร ?
๗.
๗.๑
มีวิธีอย่างนี้ คือ
      ๑) ด้วยการตกลงกันเอง
      ๒) ด้วยการตั้งผู้วินิจฉัย
      ๓) ด้วยอำนาจแห่งสงฆ์

๗.๒
มีลักษณะ  ๓  ประการ  คือ
      ๑) เรื่องที่ได้เห็นเอง
      ๒) เรื่องที่ได้ยินเอง  หรือมีผู้บอกและเชื่อว่าเป็นจริง
      ๓) เรื่องที่เว้นจาก  ๒  สถานนั้น  แต่รังเกียจโดยอาการ ฯ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์  พ.ศ.  ๒๕๐๕,  (ฉบับที่  ๒)  พ.ศ.  ๒๕๓๕
๘.
๘.๑

องค์กรการปกครองคณะสงฆ์สูงสุด  คืออะไร ?


๘.๒
ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์   กำหนดองค์ประกอบขององค์กรนั้นไว้อย่างไร ?
๘.
๘.๑
คือ  มหาเถรสมาคม ฯ

๘.๒
กำหนดไว้ดังนี้
                   สมเด็จพระสังฆราช  ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง
      สมเด็จพระราชาคณะทุกรูป เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และ
พระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง มีจำนวนไม่เกิน ๑๒ รูปเป็นกรรมการ ฯ
๙.
๙.๑

ภิกษุรูปหนึ่งต้องคำพิพากษาคดีถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย  ภิกษุนั้นจะต้องปฏิบัติอย่างไร ?  ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์มาตราไหน ?


๙.๒
ถ้าภิกษุนั้นฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาจะถูกลงโทษอย่างไร ?
๙.
๙.๑
ภิกษุนั้นต้องสึกภายในสามวัน  นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ฯ  ตามมาตรา  ๒๘ 
แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฯ

๙.๒
ถ้าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ตามมาตรา ๔๓  แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฯ
๑๐.
๑๐.๑

ที่วัด  ที่ธรณีสงฆ์  และที่ศาสนสมบัติกลาง  ได้แก่สถานที่เช่นไร ?


๑๐.๒
เจ้าพนักงาน  ตามความในประมวลกฎหมายอาญา  ในพระราชบัญญัติ
คณะสงฆ์ได้แก่ใคร ?
๑๐.
๑๐.๑
ที่วัด                    ได้แก่ที่ซึ่งตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น
ที่ธรณีสงฆ์             ได้แก่ที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด
ที่ศาสนสมบัติกลาง    ได้แก่ที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของพระศาสนาซึ่งมิใช่
                             ของวัดใดวัดหนึ่ง ฯ

๑๐.๒
ได้แก่พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกร  ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น