วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท 2546


ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ  นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๔๖

๑.
๑.๑

สิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์  เรียกว่าอะไร ?  มีกี่อย่าง ?  อะไรบ้าง ?


๑.๒

ภิกษุล่วงละเมิดสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์นั้น  ต้องอาบัติโดยตรงอย่างไรบ้าง ?

๑.
๑.๑

เรียกว่าอภิสมาจาร ฯ

มี  ๒  อย่าง  คือ  เป็นข้อห้าม ๑  เป็นข้ออนุญาต ๑ ฯ

๑.๒
ต้องอาบัติโดยตรง  ๒  อย่าง  คือ  ถุลลัจจัย ๑  ทุกกฏ ๑ ฯ
๒.
บริขารต่อไปนี้ได้แก่อะไรบ้าง ?

๒.๑
บริขารเครื่องบริโภค

๒.๒
บริขารเครื่องอุปโภค
๒.
๒.๑
ได้แก่  ไตรจีวร  ผ้าปูนอน  ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปาก  ผ้านิสีทนะ  บาตร ฯ

๒.๒
ได้แก่  กล่องเข็ม  เครื่องกรองน้ำ  มีดโกนพร้อมทั้งฝัก  หินสำหรับลับ  กับเครื่องสะบัด   ร่ม รองเท้า ฯ
๓.
๓.๑

การแสดงความเคารพได้แก่กิริยาเช่นไร ?


๓.๒
ภิกษุควรงดทำความเคารพกันในเวลาใดบ้าง ?  จงตอบมา  ๕  ข้อ
๓.
๓.๑
ได้แก่  การกราบไหว้  การลุกรับ  การทำอัญชลี  การทำสามีจิกรรม ฯ

๓.๒
ในเวลาดังต่อไปนี้ (ตอบมา  ๕  ข้อ)
      ๑) ในเวลาประพฤติวุฏฐานวิธี คือ อยู่กรรมเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
      ๒) ในเวลาถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
      ๓) ในเวลาเปลือยกาย
      ๔) ในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง
      ๕) ในเวลาอยู่ในที่มืดแลไม่เห็นกัน
      ๖) ในเวลาที่ท่านไม่รู้
      ๗) ในเวลาขบฉันอาหาร
      ๘) ในเวลาถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ฯ
๔.
๔.๑

ท่านห้ามไม่ให้จำพรรษาตลอด  ๔  เดือนฤดูฝนนั้น  เพราะเหตุไร ?


๔.๒
อีก ๗  วันจะถึงวันปวารณา  ภิกษุทำสัตตาหกรณียะไปปวารณาที่วัดอื่น  เธอจะได้รับอานิสงส์การจำพรรษาหรือไม่ ?  เพราะเหตุไร ?
๔.
๔.๑
เพราะต้องการเดือนท้ายฤดูฝนไว้เป็นจีวรกาล คราวแสวงหาจีวร คราวทำจีวร เพื่อผลัด ผ้าไตรจีวรเดิม ฯ

๔.๒
ได้รับอานิสงส์การจำพรรษาเหมือนกัน  เพราะวันสุดท้ายแห่งวันจำพรรษาตกอยู่ในวันที่  ๗  ในที่อื่นบ่งให้กลับใน  ๗  วันนั้นเพราะยังไม่สิ้นกำหนดวันจำพรรษา ฯ
๕.
๕.๑

ภิกษุพึงประชุมกันสวดพระปาฏิโมกข์ในวันเช่นไรบ้าง ?


๕.๒
กำลังสวดพระปาฏิโมกข์ค้างอยู่  หากมีภิกษุอื่นมาถึงเข้าจะปฏิบัติอย่างไร ?
๕.
๕.๑
ในวันพระจันทร์เพ็ญ  (ดิถีขึ้น ๑๕ ค่ำ) วันพระจันทร์ดับ (ดิถีแรม ๑๕  ค่ำ หรือ ๑๔  ค่ำ)  และวันสามัคคี ฯ

๕.๒
ปฏิบัติอย่างนี้  คือ  ถ้าภิกษุผู้เข้ามาใหม่มากกว่าภิกษุผู้ชุมนุม   ต้องสวดตั้งต้นใหม่  ถ้าเท่ากัน  หรือน้อยกว่า  ส่วนที่สวดไปแล้วก็ให้เป็นอันสวดแล้ว  ให้เธอผู้มาใหม่ฟัง  ส่วนที่ยังเหลือต่อไป ฯ
๖.
๖.๑

สังฆปวารณา  คืออะไร ?


๖.๒
คำบอกปาริสุทธิว่าอย่างไร ?

๖.
๖.๑
คือ  ปวารณาเป็นการสงฆ์ มีภิกษุประชุมตั้งแต่  ๕  รูปขึ้นไป ฯ

๖.๒
ว่าดังนี้
      สำหรับผู้แก่พรรษากว่าว่า  “ปริสุทฺโธ  อหํ  อาวุโส  ปริสุทฺโธติ 
มํ  ธาเรหิ” 
ว่า  ๓  หน
      สำหรับผู้อ่อนพรรษากว่าว่า  “ปริสุทฺโธ  อหํ  ภนฺเต  ปริสุทฺโธติ 
มํ  ธาเรถ”
  ว่า  ๓  หน ฯ
๗.
ความประพฤติต่อไปนี้  จัดเข้าในอุปปถกิริยาข้อไหน ?

๗.๑
ชอบเล่นคะนอง  ร้องรำทำเพลง

๗.๒
ชอบด่าว่า  เสียดสี  เปรียบเปรยเขา  ยุยงให้เขาแตกกัน
๗.
๗.๑
จัดเข้าในข้ออนาจาร  ความประพฤติไม่ดีไม่งาม ฯ

๗.๒
จัดเข้าในข้อปาปสมาจาร  ความประพฤติเลวทราม ฯ
๘.
๘.๑

อุททิสมังสะ  ได้แก่เนื้อเช่นไร ?


๘.๒
ภิกษุฉันเนื้องู  เนื้อมนุษย์  ต้องอาบัติอะไร ?
๘.
๘.๑
อุททิสมังสะ  ได้แก่เนื้อที่เป็นกัปปิยะโดยกำเนิดและเขาทำให้สุกแล้ว  แต่เป็นของที่เขาฆ่าเพื่อทำเป็นอาหารถวายพระภิกษุโดยตรง ฯ

๘.๒
ภิกษุฉันเนื้องู  ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ  ฉันเนื้อมนุษย์  ต้องอาบัติถุลลัจจัย ฯ
๙.
๙.๑

วินัยกรรม  คืออะไร ?  มีกี่อย่าง  อะไรบ้าง ?


๙.๒
การทำวินัยกรรมมีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ไว้อย่างไรบ้าง ?

๙.

๙.๑

คือ  การทำกิจตามพระวินัย ฯ

มี  ๓  อย่าง  คือ

          ๑)  การแสดงอาบัติ

          ๒)  การอธิษฐาน

          ๓)  การวิกัป ฯ

 

๙.๒

มีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ดังนี้

          ๑) แสดงอาบัติต้องแสดงแก่ภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกัน

          ๒) อธิษฐานต้องทำเอง

          ๓) วิกัปต้องทำแก่สหธรรมิกทั้ง ๕  คือ ภิกษุ ภิกษุณี  สิกขมานา
                   สามเณร สามเณรี รูปใดรูปหนึ่ง ฯ  ส่วนสถานที่ห้ามไม่ให้ทำ
                   ในที่มืด แต่ในที่นอกสีมา ก็ทำได้ ฯ         

๑๐.

๑๐.๑

วิบัติของภิกษุในทางพระวินัยมีเท่าไร ?  อะไรบ้าง ?

 

๑๐.๒

จงให้ความหมายของวิบัติแต่ละอย่างนั้นพอได้ใจความ

๑๐.

๑๐.๑

มี  ๔  คือ

          ๑) สีลวิบัติ

          ๒) อาจารวิบัติ

          ๓) ทิฏฐิวิบัติ

          ๔) อาชีววิบัติ ฯ

 

๑๐.๒

ความเสียแห่งศีล  ชื่อว่าสีลวิบัติ  

ความเสียมารยาท  ชื่อว่าอาจารวิบัติ 

ความเห็นผิดธรรมผิดวินัย  ชื่อว่าทิฏฐิวิบัติ 

ความเสียแห่งการเลี้ยงชีพ  ชื่อว่าอาชีววิบัติ ฯ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น