วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก 2549


ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
   ๑.  อุทเทสแห่งนิพพิทา ดังต่อไปนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ?
               ก. คนเขลา       
               ข. ผู้รู้     
               ค. หมกอยู่        
               ง. หาข้องอยู่ไม่
               จ. โลกนี้
   ๑.          ก. คนผู้ไร้วิจารณญาณ
               ข. ผู้รู้โลกตามความเป็นจริง
               ค. เพลิดเพลินหลงติดอยู่ในสิ่งอันมีโทษ
               ง. ไม่พัวพันในสิ่งล่อใจ
               จ. โดยตรง ได้แก่แผ่นดินเป็นที่อยู่อาศัย โดยอ้อม ได้แก่หมู่สัตว์
                   ผู้อาศัย ฯ
  ๒.  อุทเทสว่า  “เย  จิตฺตํ  สญฺเมสฺสนฺติ   โมกฺขนฺติ  มารพนฺธนา”  นั้น 
       การสำรวมจิตทำอย่างไร
?
  ๒.  การสำรวมจิตมี ๓ วิธี คือ
               ๑.   สำรวมอินทรีย์มิให้ความยินดีครอบงำ ในเมื่อเห็นรูป ฟังเสียง
                     ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา
                ๒.  มนสิการกัมมัฏฐานอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกามฉันท์ คือ อสุภะ
                     กายคตาสติ และมรณสติ
                ๓.  เจริญวิปัสสนา พิจารณาสังขารให้เห็นเป็น อนิจจัง ทุกขัง
                     อนัตตา ฯ
  ๓.  สังขารในไตรลักษณ์กับในขันธ์ ๕  ต่างกันอย่างไร ?
  ๓.  สังขารในไตรลักษณ์ หมายเอารูปธรรมและนามธรรมทั้งหมดที่ปัจจัย
        ปรุงแต่งขึ้น ส่วนสังขารในขันธ์ ๕ หมายเอาเจตสิกธรรมที่ปรุงแต่งจิต
        ให้มีอาการต่างๆ เว้นเวทนาและสัญญา ฯ
   ๔.  ปกิณกทุกข์ คืออะไร ?  จะบรรเทาได้ด้วยวิธีอย่างไร ?
   ๔.  คือ ทุกข์จร เช่น ความเศร้าโศกเสียใจ ความร่ำไรบ่นเพ้อรำพัน ความ
        ไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ความประสบสิ่งที่
        ไม่พึง      ปรารถนา     ความพลัดพรากจากของรัก ความผิดหวังเป็นต้น ฯ
        จะบรรเทาได้ด้วยการมีสติ ใช้ปัญญาพิจารณา รู้จักปลงรู้จักปล่อยวาง
        ไม่ยึดมั่นถือมั่น ฯ
   ๕.  อาหารปริเยฏฐิทุกข์ คืออะไร ?  จะบรรเทาได้ด้วยวิธีอย่างไร ?
   ๕. คือ ทุกข์ในการหาเลี้ยงชีพ เช่น ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน เมื่อผลประโยชน์
        ขัดกัน ก็ทะเลาะกัน และเมื่อยิ่งแสวงหามากก็เป็นเหตุให้เกิดทุกข์มาก ฯ
        จะบรรเทาได้ด้วยการขยันประหยัดอดทนและ อดออม เป็นอยู่ด้วยปัจจัย
        เครื่องเลี้ยงชีพเท่าที่จำเป็น ตัดสิ่งฟุ้งเฟ้อที่ไม่จำเป็นออกไป ยินดีเท่าที่ตน
        มีอยู่โดยยึดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำรงชีวิต ฯ
   ๖.  พระบาลีว่า “ภิกษุ  เธอจงวิดเรือนี้  เรือที่เธอวิดแล้ว  จักพลันถึง”
        จงให้ความหมายคำต่อไปนี้
  ให้ถูกต้องตามพระบาลีนั้น ?
               ก. เรือนี้               
               ข. จงวิด (วิดอะไร)             
               ค. เรือที่วิดแล้ว
               ง.  จักพลันถึง (ถึงอะไร)          
               จ. เรือจักไม่จมใน........
๖.            ก. อัตภาพร่างกาย
               ข. วิดน้ำ คือมิจฉาวิตก
               ค. อัตภาพที่บรรเทากิเลสให้เบาบางลง   
               ง.  ถึงท่า คือพระนิพพาน  
               จ. ในสังสารวัฏ ฯ
  ๗.  คนสัทธาจริตและคนวิตกจริต มีลักษณะอย่างไร ?  ควรเจริญกัมมัฏฐาน
        อะไร ?
  ๗.  คนสัทธาจริต มีลักษณะเชื่อง่ายขาดเหตุผล คนวิตกจริต มีลักษณะ
        คิดมาก ฟุ้งซ่าน ฯ
        คนสัทธาจริตควรเจริญอนุสสติ ๖ ข้างต้น คนวิตกจริตควรเจริญอานาปานสติ ฯ
  ๘. กายคตาสติกัมมัฏฐานกับอสุภกัมมัฏฐาน ต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร ?
       
จงอธิบาย
  ๘.  ต่างกันที่อารมณ์ คือ กายคตาสติ พิจารณาอาการภายในของตนเป็น
        อารมณ์อสุภ พิจารณาซากศพเป็นอารมณ์ ฯ
        เหมือนกันตรงที่พิจารณาให้เห็นเป็นปฏิกูล ไม่งามเหมือนกันและเป็น
        ปฏิปักษ์ต่อกามฉันทะ อีกทั้งเป็นเครื่องกำจัดวิปลาส ข้อที่เห็นว่า
        สวยงามในสิ่งที่ไม่สวยงามได้เหมือนกัน ฯ
  ๙.  จงแสดงวิธีเจริญมุทิตา พร้อมทั้งอานิสงส์แห่งการเจริญ พอเป็นตัวอย่าง ?
 ๙.  วิธีเจริญมุทิตานั้นดังนี้ เมื่อได้เห็นหรือได้ยินมนุษย์หรือสัตว์ เป็นอยู่
        สุขสบาย เจริญรุ่งเรืองด้วยสุขสมบัติ พึงทำจิตใจให้ชื่นชมยินดี แล้ว
        แผ่มุทิตาจิตไปว่า สัตว์ผู้นี้หนอบริบูรณ์ยิ่งนัก มีสุขสมบัติมาก จงเจริญ
        ยั่งยืนด้วยสุขสมบัติยิ่งๆ เถิด เมื่อเจริญอยู่เนืองๆ ย่อมได้รับอานิสงส์
        คือ จะละความริษยาในสมบัติของผู้อื่นได้ ฯ
๑๐.  การทำวัตรสวดมนต์ เป็นกิจวัตรของพระภิกษุสามเณรและเป็นภาวนากุศล
        จงแสดงวิธีเจริญสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ในบททำวัตรเช้า
       
มาดูพอเป็นตัวอย่าง ?
๑๐.  การสวดนมัสการพระรัตนตรัยก็ดี สวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยก็ดี
        เป็นการน้อมจิตระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ชื่อว่า
        เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ จัดเป็นสมถกัมมัฏฐาน ฯ
        สวดสังเวคปริกิตตนปาฐะว่า ชาติปิ ทุกฺขา ชราปิ ทุกฺขา มรณมฺปิ
        ทุกฺขํ
... รูปํ อนิจฺจํ เวทนา อนิจฺจา... รูปํ อนตฺตา เวทนา อนตฺตา...
       
เป็นอาทิ ตั้งสติมีความเพียร ใช้ปัญญาพิจารณาเบญจขันธ์ ยกขึ้นสู่
        สามัญลักษณะ จัดเป็นวิปัสสนากัมมัฏฐาน ฯ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น