วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก 2543


ปัญหาและเฉลยพุทธานุพุทธประวัติ  นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓
วันศุกร์ ที่  ๑๗  พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓
------------------------------
๑.
๑.๑
ลักษณะทั้ง ๒ ที่พระพุทธองค์ทรงเห็นในมัชฌิมยามแห่งราตรีตรัสรู้คือ    อะไรบ้าง ?

๑.๒
พระอุทานที่พระพุทธองค์ทรงเปล่งในปัจฉิมยามมีความว่าอย่างไร ?
๑.
๑.๑
คือ
     ๑) ปัจจัตตลักษณะ ได้แก่การกำหนดโดยความเป็นกอง
     ๒) สามัญลักษณะ ได้แก่การกำหนดโดยความเป็นสภาพเสมอกัน  
         คือ ความเป็นของไม่เที่ยง

๑.๒
มีความว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏชัดแก่พราหมณ์ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ พราหมณ์นั้นย่อมกำจัดเสนามาร คือ ชรา พยาธิ มรณะเสียได้ ดุจพระอาทิตย์อุทัยขึ้นกำจัดมืด ทำอากาศให้สว่างฉะนั้น
๒.
๒.๑
ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพนั้นคืออะไรบ้าง ?

๒.๒
ที่สุดโต่งนั้นมีโทษอย่างไร ?
๒.
๒.๑
คือ
     ๑) กามสุขัลลิกานุโยค
     ๒) อัตตกิลมถานุโยค

๒.๒
มีโทษดังนี้


     กามสุขัลลิกานุโยค คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว  เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือ   ผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์


     อัตตกิลมถานุโยค คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทำผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
๓.
๓.๑
พระอัครสาวก ๒ รูปมีชื่อเรียกอะไรบ้าง ?  เหตุไรจึงเรียกอย่างนั้น ?

๓.๒
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่าอย่างไร ?  และมีผล   อย่างไร?

๓.
๓.๑
มีชื่อเรียก อุปติสสะ หรือสารีบุตร ๑ เรียก โกลิตะ หรือ  โมคคัลลานะ ๑  ที่เรียกว่า อุปติสสะ เพราะเรียกตามโคตร ที่เรียกว่า สารีบุตร เพราะเป็นบุตรของ นางสารีพราหมณี  ส่วนที่เรียกว่า โกลิตะ เพราะเรียกตามโคตร ที่เรียกว่า    โมคคัลลานะ เพราะเป็นบุตรของนางโมคคัลลานีพราหมณี

๓.๒
มีความว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของธรรมนั้นและความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาทรงสอนอย่างนี้ มีผล คือ อุปติสสปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใด  สิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา
๔.
๔.๑
พระมหากัสสปเถระประพฤติธุดงควัตรเพราะเห็นอำนาจประโยชน์   อย่างไร ?

๔.๒
เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ท่านเป็นกำลังสำคัญแก่พระพุทธศาสนา  อย่างไร ?
๔.
๔.๑
เพราะเห็นอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างคือ
     ๑) การอยู่เป็นสุขในบัดนี้ของตน
     ๒) เพื่ออนุเคราะห์ประชุมชนในภายหลัง จะได้เป็นทิฏฐานุคติแห่ง
          คนผู้มาเกิดในภายหลัง เมื่อทราบว่า สาวกของพระพุทธเจ้าได้
               ประพฤติอย่างนี้ เขาจะได้ประพฤติตาม ซึ่งเป็นทางอำนวยสุขแก่
          เขาเอง

๔.๒
ท่านได้เป็นประธานทำสังคายนาเป็นครั้งแรก
๕.
๕.๑
คำว่า “ภทฺเทกรตฺโต”  ผู้มีราตรีเดียวอันเจริญ คือการปฏิบัติอย่างไร ?

๕.๒
พระสาวกรูปใดได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ฉลาดอธิบายความย่อให้พิสดาร ?
๕.
๕.๑
คือการปฏิบัติอย่างนี้ คือ เป็นผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยความไม่ประมาท

๕.๒
พระมหากัจจายนะ
๖.
๖.๑
ปัญหาว่า    “พระขีณาสพตายแล้วเป็นอะไร”   ใครถามใคร  ?                                      มีคำตอบอย่างไร ?

๖.๒
พระศาสดาทรงพยากรณ์ปัญหาจบลงแล้ว มีผลอะไรเกิดแก่มาณพ
๑๖ คน ?

๖.
๖.๑
พระสารีบุตรถามพระยมกะ มีคำตอบว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่ไม่เที่ยง ดับไปแล้ว

๖.๒
มีผลคือ มาณพ ๑๕ คน เว้นปิงคิยมาณพ ส่งใจไปตามธรรมเทศนา มีจิตพ้นจากอาสวะไม่ถือมั่นด้วยอุปาทาน ส่วนปิงคิยมาณพเป็นแต่ได้ญาณเห็นในธรรม
๗.
๗.๑
พระปุณณมันตานีบุตรเป็นชาวเมืองไหน ?  ตั้งอยู่ในคุณธรรมอะไรบ้าง ?

๗.๒
ใครถามว่า “ท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่ออะไร” ? ใครตอบ ? ตอบว่า อย่างไร  ?
๗.
๗.๑
เป็นชาวเมืองกบิลพัสดุ์ ตั้งอยู่ในคุณธรรม ๑๐ ประการ คือ มักน้อย สันโดษ ชอบสงัด ไม่ชอบเกี่ยวข้องด้วยหมู่ ปรารภความเพียร บริบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ความรู้เห็นในวิมุตติ

๗.๒
พระสารีบุตรเป็นผู้ถาม พระปุณณมันตานีบุตรเป็นผู้ตอบ และตอบว่า         เราประพฤติพรหมจรรย์  เพื่อความดับไม่มีเชื้อ
๘.
๘.๑
เพราะเห็นอานิสงส์อะไร พระอานนท์จึงทูลขอพรข้อที่ ๘ ?

๘.๒
พระอุบาลีออกบวชพร้อมใครบ้าง ?  ที่ไหน ?  ท่านได้รับเอตทัคคะ
ทางไหน ?
๘.
๘.๑
เพราะเห็นอานิสงส์ว่าหากมีผู้มาถามว่า ธรรมนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงในที่ใด ?  ถ้าท่านตอบไม่ได้ เขาจะพูดได้ว่า ท่านตามเสด็จพระศาสดาตลอดกาลนาน  ไม่รู้แม้แต่เรื่องเท่านี้

๘.๒
พระอุบาลีออกบวชพร้อมกับ พระภัททิยะ พระอนุรุทธะ พระอานันทะ พระภัคคุ  พระกิมพิละ พระเทวทัต ที่อนุปิยนิคม ได้รับเอตทัคคะทางเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ทรงวินัย
๙.
  จงอธิบายข้อความต่อไปนี้


๙.๑
ทรงทำอายุสังขาราธิฏฐาน           ๙.๒  ทรงปลงอายุสังขาร
๙.
๙.๑
ทรงทำอายุสังขาราธิฏฐาน หมายถึง ทรงตั้งพระหฤทัยจักอยู่แสดงธรรม     สั่งสอนแก่มหาชน และตั้งพุทธปณิธานใคร่จะดำรงพระชนม์อยู่ จนกว่า   พุทธบริษัทจะตั้งมั่นและได้ประกาศพระศาสนาให้แพร่หลาย ประดิษฐานให้มั่นคงถาวรสำเร็จประโยชน์แก่นิกรทุกหมู่เหล่า



๙.๒
ทรงปลงอายุสังขาร หมายถึง ทรงกำหนดวันปรินิพพานนับแต่วันเพ็ญเดือน ๓ ไปอีก ๓ เดือน คือปลงพระทัยว่าจะบำเพ็ญพุทธกิจต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
๑๐.
๑๐.๑
เมื่อรวมเจดีย์ซึ่งแสดงไว้ในบาลี อรรถกถา และฎีกา มีเท่าไร ?           อะไรบ้าง ?

๑๐.๒
อันตรธาน ๕ อย่าง อย่างไหนสำคัญกว่า ?  เพราะเหตุไร
๑๐.
๑๐.๑
มี ๔ คือ ธาตุเจดีย์ ๑ บริโภคเจดีย์ ๑  ธรรมเจดีย์ ๑  อุทเทสิกเจดีย์ ๑

๑๐.๒
ปริยัติอันตรธานสำคัญกว่า เพราะปริยัติเสื่อมลงในกาลใด พระศาสนาย่อมเสื่อมถอยในกาลนั้น เมื่อปริยัติยังดำรงอยู่ตราบใด พระศาสนาก็ยังดำรงอยู่ตราบนั้น เพราะว่าปริยัติเป็นรากแก้วของพระศาสนา ปฏิบัติเป็นแก่น ปฏิเวธ เป็นผล เมื่อรากแก้วขาดแล้ว แก่นและผลก็พลอยหมดไปตามกัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น